ค่าเดินทางระหว่างเกาะ: เรือ รถต่อเรือ และอะไรที่ควรจองล่วงหน้าจริง
อัปเดตบทความ: 2026-09-17
เวลาแขกถามว่าไปเกาะแพงไหม คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ค่าเรือไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือสิ่งที่พ่วงมากับค่าเรือ

หน้านี้อธิบายโครงสร้างราคาของการเดินทางไปเกาะและข้ามเกาะ เพื่อให้คุณตอบแขกได้ และเพื่อให้คุณวางแผนทริปของตัวเองได้โดยไม่ต้องไปตกใจที่ท่าเรือ
ค่าเดินทางไปเกาะไม่ใช่ตัวเลขเดียว
สิ่งที่คนมักคิดว่าเป็นค่าเรือ จริง ๆ แล้วเป็นผลรวมของสามถึงห้ารายการ
- ค่าเดินทางจากเมืองไปท่าเรือ รถตู้ร่วม รถบัส หรือแท็กซี่ บางเส้นทางไกลกว่าที่คิดมาก
- ค่าเรือ ตัวเลขที่ทุกคนถามถึง
- ค่าธรรมเนียมท่าเรือหรือค่าขึ้นท่า บางท่าเก็บแยก บางท่ารวมอยู่ในตั๋วแล้ว
- ค่าเดินทางจากท่าเรือปลายทางไปที่พัก ซึ่งบนเกาะมักแพงกว่าที่คาดเพราะทางเลือกน้อย
- ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ ถ้าเกาะหรือจุดหมายอยู่ในเขตอุทยาน อัตราสำหรับผู้เข้าชมชาวไทยกับชาวต่างชาติต่างกัน และต้องแสดงบัตรประชาชนเพื่อใช้อัตราสำหรับคนไทย
เวลาเทียบราคาระหว่างผู้ให้บริการ ให้เทียบ ยอดรวมจากประตูที่พักถึงประตูที่พัก ไม่ใช่เทียบเฉพาะค่าเรือ เพราะเจ้าที่ค่าเรือถูกกว่าอาจออกจากท่าที่ไกลกว่า
ตั๋วร่วมรถกับเรือคืออะไร และเมื่อไรที่คุ้ม
ตั๋วแบบรวมที่ขายเป็นแพ็กเดียวจากเมืองหนึ่งถึงเกาะหนึ่ง โดยรวมรถต่อเรือไว้แล้ว เป็นรูปแบบมาตรฐานของเส้นทางเกาะในไทย
ข้อดี คือถ้าเรือหรือรถช่วงใดช่วงหนึ่งล่าช้า ผู้ขายตั๋วมีหน้าที่พาคุณไปต่อ ในขณะที่ถ้าคุณซื้อแยกทีละต่อ ความเสี่ยงของการต่อไม่ทันเป็นของคุณเองทั้งหมด
ข้อเสีย คือคุณถูกล็อกตารางและมักออกเช้ากว่าที่อยากออก
หลักที่ใช้ได้คือ ถ้าวันนั้นมีการต่อมากกว่าหนึ่งครั้ง ให้ซื้อตั๋วร่วม ถ้ามีต่อเดียวและท่าอยู่ใกล้ ให้ซื้อแยก และสำหรับแขกที่ไม่คุ้นเส้นทาง ตั๋วร่วมคุ้มเสมอแม้จะแพงกว่าเล็กน้อย เพราะเขาไม่มีทางแก้ปัญหาหน้างานได้ด้วยภาษาไทย
เรือเร็วกับเรือเฟอร์รี ต่างกันอย่างไรในเชิงงบ
เรือเฟอร์รีขนาดใหญ่ ช้ากว่า ราคาถูกกว่า นิ่งกว่าในคลื่น และรับรถได้ในบางเส้นทาง เหมาะกับคนเมาคลื่นและกับคนที่มีกระเป๋าใหญ่
เรือเร็ว เร็วกว่ามาก ราคาสูงกว่า และในวันที่คลื่นแรงจะกระแทกหนัก คนที่เมาเรือง่ายควรเลี่ยง
เรือหางยาวเหมาลำ ใช้สำหรับเส้นทางสั้นและจุดที่เรือประจำทางไม่ไป ราคาต่อรอบคิดเป็นลำ ไม่ใช่ต่อคน จึงถูกมากเมื่อไปกันหลายคนและแพงมากเมื่อไปสองคน และเป็นเงินสดเสมอ
ความต่างของราคาในเส้นทางเดียวกันระหว่างเรือเฟอร์รีกับเรือเร็วมักมีนัยพอที่จะทำให้ครอบครัวสี่คนคิดหนัก ส่วนความต่างของเวลาอยู่ที่ราวเท่าตัวถึงสองเท่าในหลายเส้นทาง
เรื่องที่ควรจองล่วงหน้าจริง ๆ
ควรจอง
- วันเดินทางที่ตรงกับวันหยุดยาว ปีใหม่ สงกรานต์ และสุดสัปดาห์ในฤดูท่องเที่ยว ในช่วงพวกนี้เรือเต็มจริง และการยืนต่อคิวที่ท่าเรือตอนเช้าโดยไม่มีตั๋วคือการเสียทั้งวัน
- เที่ยวเรือรอบสุดท้ายของวัน เพราะถ้าพลาดคือค้างคืนที่ฝั่ง
- วันที่ต้องต่อไฟลต์ ถ้าวันนั้นต้องขึ้นเครื่อง ให้จองเรือที่ถึงก่อนเวลาที่ต้องถึงสนามบินอย่างน้อยครึ่งวัน ไม่ใช่สองชั่วโมง
- รถรับส่งจากท่าเรือไปที่พัก ถ้าที่พักอยู่ไกลจากท่า
ไม่ต้องจอง
- เที่ยวเรือกลางวันในฤดูปกติบนเส้นทางหลักที่มีเรือหลายรอบต่อวัน
- ทัวร์ดำน้ำหรือทัวร์เกาะรอบข้างที่ซื้อได้ที่หน้าร้านบนเกาะในราคาใกล้เคียงกัน
- เรือหางยาวไปหาดใกล้ ๆ ซึ่งต่อรองหน้างานได้และควรต่อรองก่อนขึ้นเรือ
หลักเดียวกันกับทุกเรื่องคือ จองสิ่งที่ขายหมดได้ ปล่อยสิ่งที่หาได้ตลอด
ฤดูเปลี่ยนตาราง และนั่นคือความเสี่ยงที่แท้จริง
ทะเลฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทยมีฤดูมรสุมคนละช่วง ผลคือเส้นทางเรือบางสายลดรอบหรือหยุดวิ่งตามฤดู และเรือความเร็วสูงเป็นประเภทแรกที่ถูกยกเลิกเมื่อคลื่นแรง
สิ่งที่ต้องทำ
- เช็กตารางของช่วงเวลาที่จะไปจริง ไม่ใช่ตารางที่เห็นในหน้าเว็บทั่วไปซึ่งมักเป็นตารางฤดูท่องเที่ยว
- อย่าวางไฟลต์กลับไว้ติดกับวันลงเรือ เผื่อหนึ่งคืนบนฝั่งเสมอในฤดูมรสุม
- ถ้าเจ้าท่าประกาศห้ามเรือออก ไม่มีใครฝ่าได้ และนั่นไม่ใช่ความผิดของผู้ให้บริการ จึงมักไม่มีการชดเชยนอกจากการเลื่อนตั๋ว
- ประกันการเดินทางโฆษณาบางกรมธรรม์ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจากการเดินทางหยุดชะงัก ให้ดูเงื่อนไขก่อน ไม่ใช่หลัง
เรื่องเงินสดก่อนลงเรือ
นี่คือส่วนที่คนไทยรู้โดยอัตโนมัติแต่แขกไม่รู้
บนเกาะ ทั้งเคาน์เตอร์แลกเงินและตู้ ATM มีน้อยกว่าบนฝั่งมาก และเรตบนเกาะแย่กว่าเพราะแทบไม่มีคู่แข่ง ตู้บนเกาะก็มีโอกาสเงินหมดหรือเสียในวันหยุดยาว และตู้ในไทยคิดกับบัตรต่างประเทศ 220 บาทต่อครั้ง
คำแนะนำที่ควรให้แขกเสมอคือ แลกเงินให้พอทั้งช่วงที่อยู่บนเกาะตั้งแต่ก่อนลงเรือ และพกแบงก์ย่อย เพราะค่าเรือหางยาว ค่ารถสองแถวบนเกาะ ร้านอาหารริมหาด และค่าเช่าอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นเงินสด รายละเอียดเรื่องเรตบนเกาะอยู่ใน สมุย พะงัน เต่า และรายการที่รับแต่เงินสดอยู่ใน ที่ไหนยังรับแต่เงินสด
ที่พักบนเกาะระดับกลางขึ้นไปรับบัตรได้ตามปกติ และคิดแบบ ++ คือค่าบริการ 10% บวก VAT 7% รวมเป็นราว 17.7% เหมือนบนฝั่ง
สามข้อผิดพลาดที่แพงที่สุด
หนึ่ง จองเรือถูกที่สุดโดยไม่ดูว่าออกจากท่าไหน ค่ารถไปท่าที่ไกลกว่ากลืนส่วนต่างหมดและกินเวลาไปครึ่งวัน
สอง วางวันกลับชิดเกินไป เรือล่าช้าหนึ่งรอบแล้วพลาดไฟลต์คือค่าใช้จ่ายที่ใหญ่กว่าทั้งทริป
สาม ขึ้นเกาะโดยมีเงินสดเท่าที่ใช้วันเดียว แล้วต้องไปพึ่งตู้ที่คิด 220 บาทต่อครั้ง หรือเคาน์เตอร์บนเกาะที่เรตไม่ดี
ใครที่ไม่ต้องอ่านเรื่องนี้
ถ้าคุณจองแพ็กเกจที่รวมรถรับส่งและเรือไว้หมดแล้วและมีคนรอรับทุกช่วงต่อ เรื่องในหน้านี้จัดการให้เรียบร้อยแล้ว สิ่งเดียวที่ควรทำคือเตรียมเงินสดก่อนลงเรือ
ถ้าเกาะที่จะไปมีสะพานเชื่อมหรือมีสนามบินบนเกาะและคุณบินตรง โครงสร้างค่าเรือไม่ใช่ของคุณ
ถ้าคุณไปเช้าเย็นกลับจากฝั่งในเส้นทางสั้นที่มีเรือทุกชั่วโมง ไม่ต้องจองอะไรทั้งนั้น ไปที่ท่าแล้วซื้อตั๋วรอบถัดไป
และถ้าคุณกำลังวางงบทริปหลายวันในภาพรวม หน้าที่ตรงกว่าคือ เที่ยวในประเทศหนึ่งสัปดาห์ใช้เงินเท่าไร
สรุป
ค่าเดินทางไปเกาะคือผลรวมของรถ เรือ ค่าท่า ค่ารถบนเกาะ และค่าเข้าอุทยาน ให้เทียบยอดรวมจากที่พักถึงที่พัก ไม่ใช่เทียบค่าเรืออย่างเดียว
ซื้อตั๋วร่วมเมื่อวันนั้นมีต่อมากกว่าหนึ่งครั้ง จองเฉพาะวันหยุดยาวและเที่ยวรอบสุดท้าย เผื่อหนึ่งคืนบนฝั่งในฤดูมรสุม และแลกเงินสดให้พอทั้งช่วงบนเกาะตั้งแต่ก่อนลงเรือ