ไฟลต์ดีเลย์และยกเลิก: กฎไหนคุ้มครองเที่ยวบินไหน และเรียกร้องอะไรได้จริง
อัปเดตบทความ: 2026-09-17
เรตดีที่สุด USD · กรุงเทพฯ: 33.24 — Superrich Thailand — Headquarter Rajdamri 1 · 20 ก.ย. 08:58 → รายละเอียด
เรื่องนี้เต็มไปด้วยความเข้าใจผิด และความเข้าใจผิดที่แพงที่สุดคือการคิดว่าสิทธิผูกกับตัวผู้โดยสาร

มันผูกกับสนามบิน ถ้าจำได้ข้อเดียว ให้จำข้อนี้
หน้านี้เขียนให้ผู้โดยสารไทยสองแบบ คือคุณที่บินออกไปเอง และแขกต่างชาติที่กำลังจะบินออกจากไทยแล้วมาถามคุณว่าเขาเรียกร้องอะไรได้
กฎสหภาพยุโรปทำงานอย่างไร
กฎชดเชยผู้โดยสารของสหภาพยุโรปที่เรียกกันว่า EC 261 ใช้กับสองกรณี
กรณีที่หนึ่ง เที่ยวบินที่ออกจากสนามบินในสหภาพยุโรป ไม่ว่าสายการบินสัญชาติใด
กรณีที่สอง เที่ยวบินที่บินเข้าสหภาพยุโรปโดยสายการบินที่จดทะเบียนในสหภาพยุโรป
สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปแล้วและมีระบบของตัวเองที่เนื้อหาใกล้เคียงกัน ใช้กับเที่ยวบินที่เกี่ยวข้องกับสหราชอาณาจักรในลักษณะเดียวกัน
สิ่งที่ตามมาจากสองกรณีข้างบนคือข้อสรุปที่คนไทยต้องรู้
ผู้ถือพาสปอร์ตไทยที่บินออกจากสนามบินในสหภาพยุโรปอยู่ในขอบเขตของกฎนี้เต็มที่ ไม่ว่าจะบินกับสายการบินสัญชาติใด ออกจากปารีส แฟรงก์เฟิร์ต โรม อัมสเตอร์ดัม มาดริด ทั้งหมดอยู่ในขอบเขต สัญชาติของผู้โดยสารไม่มีผลใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่มีใครถามหาสัญชาติคุณตอนยื่นเรื่อง
เที่ยวบินขาออกจากกรุงเทพฯ ไปยุโรปเข้าเงื่อนไขก็ต่อเมื่อสายการบินนั้นจดทะเบียนในสหภาพยุโรป เพราะเที่ยวบินนั้นไม่ได้ออกจากสนามบินในสหภาพยุโรป จึงต้องอาศัยกรณีที่สอง
เที่ยวบินกรุงเทพฯ ไปโตเกียว หรือกรุงเทพฯ ไปโซล อยู่นอกขอบเขตทั้งหมด ไม่ใช่กึ่ง ๆ ไม่ใช่บางส่วน แต่อยู่นอกโดยสิ้นเชิง เพราะไม่ได้ออกจากสนามบินในสหภาพยุโรปและไม่ได้บินเข้าสหภาพยุโรป เส้นทางภายในเอเชียด้วยกันทั้งหมดอยู่ในกลุ่มนี้
เมื่ออยู่ในขอบเขต ได้อะไร
เงินชดเชยเป็นจำนวนตายตัว ไม่ขึ้นกับราคาตั๋วที่คุณจ่าย และแยกต่างหากจากการคืนเงินค่าตั๋ว
- 250 ยูโร สำหรับเส้นทางระยะสั้น
- 400 ยูโร สำหรับระยะกลาง
- 600 ยูโร สำหรับเส้นทางไกลเกิน 3,500 กิโลเมตร ซึ่งรวมเส้นทางยุโรป–กรุงเทพฯ
เงื่อนไขที่ทำให้เกิดสิทธิคือถึงปลายทางช้ากว่ากำหนดตั้งแต่สามชั่วโมงขึ้นไป การยกเลิกที่แจ้งน้อยกว่าสิบสี่วันล่วงหน้า หรือการถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องทั้งที่มีบัตรโดยสาร
ข้อยกเว้นคือเหตุการณ์พิเศษที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของสายการบิน สภาพอากาศ คำสั่งของหน่วยควบคุมจราจรทางอากาศ เหตุด้านความปลอดภัย และการปิดน่านฟ้า ในกรณีเหล่านี้ไม่มีเงินชดเชย แต่หน้าที่ดูแลยังอยู่
หน้าที่ดูแลระหว่างรอ ได้แก่อาหาร เครื่องดื่ม การติดต่อสื่อสาร และถ้าต้องค้างคืนก็รวมที่พักกับรถรับส่ง พร้อมสิทธิเลือกระหว่างการเปลี่ยนเที่ยวบินหรือรับเงินคืนเต็มจำนวน หน้าที่นี้ใช้แม้ในกรณีเหตุการณ์พิเศษ สายการบินมักไม่เสนอให้เอง ให้ไปถามที่เคาน์เตอร์ ถ้าเขาไม่จัดให้ ให้ซื้อเองในระดับที่สมเหตุสมผลและเก็บใบเสร็จทุกใบ
บริษัทรับเคลมสร้างสิทธิที่ไม่มีอยู่ไม่ได้
ตรงนี้ต้องพูดให้ตรงที่สุด เพราะมีคนเสียเวลาและเสียส่วนแบ่งไปกับความเข้าใจผิดข้อนี้จำนวนมาก
บริษัทรับเคลมมีประโยชน์จริงในกรณีที่ สิทธิมีอยู่แล้วแต่สายการบินไม่ยอมจ่าย เขาคิดส่วนแบ่งจากเงินที่ได้ จึงเหมาะเมื่อสายการบินปฏิเสธไปแล้ว เงียบหายไปเป็นเดือน หรือเมื่อคุณรู้ตัวว่าจะไม่ตามเรื่องเอง อายุความของแต่ละประเทศต่างกันและมักนับเป็นปี ดีเลย์เมื่อปีก่อนจึงอาจยังเรียกร้องได้
แต่ถ้าเที่ยวบินของคุณอยู่นอกขอบเขตของกฎที่ให้เงินชดเชยตายตัว เช่นกรุงเทพฯ ไปโตเกียวแล้วดีเลย์ห้าชั่วโมง การส่งเรื่องให้บริษัทรับเคลมไม่ทำให้เกิดสิทธิขึ้นมา ไม่มีใครสร้างสิทธิที่กฎหมายไม่ได้ให้ไว้ สิ่งที่ควรทำแทนคือไปทางเงื่อนไขการขนส่งของสายการบินและประกันการเดินทางโฆษณา
และคุณยื่นเรื่องกับสายการบินเองได้ฟรีเสมอ คนจำนวนมากทำแบบนั้นจนจบและได้เงินเต็มจำนวน
แล้วเที่ยวบินที่ออกจากไทยล่ะ
เมื่ออยู่นอกขอบเขตของ EC 261 ยังมีสามชั้นที่ใช้อ้างอิงได้
ชั้นที่หนึ่ง ประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร ครอบคลุมเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินที่ทำการบินออกจากประเทศไทย โครงของมันคือกำหนดหน้าที่ของสายการบินตามช่วงเวลาที่ล่าช้า ไล่จากการจัดอาหารและเครื่องดื่ม ไปถึงการจัดที่พักเมื่อความล่าช้าเกินระดับหนึ่ง และสิทธิในการเลือกระหว่างรับเงินคืน เปลี่ยนเที่ยวบิน หรือเปลี่ยนเส้นทาง เมื่อเที่ยวบินถูกยกเลิก
เนื้อหา เกณฑ์ชั่วโมง และรายละเอียดของประกาศนี้มีการปรับปรุงเป็นระยะ ให้ตรวจฉบับที่ใช้บังคับอยู่จริงก่อนอ้างอิง อย่าอ้างตัวเลขจากบทความเก่าหรือจากคนที่เคยเคลมเมื่อหลายปีก่อน ให้ดูจากประกาศฉบับปัจจุบันหรือถามหน่วยงานโดยตรง
ชั้นที่สอง เงื่อนไขการขนส่งของสายการบิน เป็นสัญญาระหว่างคุณกับสายการบิน ระบุว่าเขาจะดูแลอาหาร ที่พัก และการจัดเที่ยวบินทดแทนอย่างไร แต่ละสายการบินไม่เท่ากันและบางเจ้าให้มากกว่าที่กฎบังคับ ควรอ่านของสายการบินที่คุณจะบินจริง ไม่ใช่ของสายการบินทั่วไป
ชั้นที่สาม ประกันการเดินทาง กรมธรรม์จำนวนมากมีความคุ้มครองความล่าช้าของเที่ยวบินที่จ่ายเป็นเงินก้อนเมื่อล่าช้าเกินจำนวนชั่วโมงที่กำหนด และมีความคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเดินทางหยุดชะงัก ชั้นนี้ทำงานได้โดยไม่สนว่าเที่ยวบินอยู่ในขอบเขตของกฎใด ซึ่งเป็นเหตุผลที่มันสำคัญเป็นพิเศษสำหรับเส้นทางในเอเชีย
สัมภาระไม่มาหรือเสียหาย
เรื่องนี้มีกฎระหว่างประเทศของตัวเองที่ใช้ได้ทั่วโลก ไม่ขึ้นกับสนามบินต้นทาง
ทำให้เสร็จก่อนออกจากพื้นที่รับกระเป๋า แจ้ง Property Irregularity Report ที่เคาน์เตอร์สัมภาระของสายการบินและรับหมายเลขอ้างอิงไว้ ถ้าไม่มีเอกสารนี้ การเรียกร้องภายหลังมักไม่สำเร็จ ถ่ายรูปใบแจ้ง ป้ายติดกระเป๋า และบัตรโดยสาร แล้วถามว่าเขารับผิดชอบค่าของใช้จำเป็นเฉพาะหน้าเท่าไร พร้อมเก็บใบเสร็จทุกใบ
กรอบเวลาที่ต้องจำคือ กระเป๋าถือว่าล่าช้าได้ถึง 21 วัน หลังจากนั้นนับเป็นสูญหายซึ่งใช้เกณฑ์คนละแบบ กรณีชำรุดต้องแจ้งภายใน 7 วัน กรณีล่าช้าภายใน 21 วัน
เพดานความรับผิดตามอนุสัญญามอนทรีออลอยู่ที่ราว 1,500 SDR ซึ่งเป็นเพดานของความเสียหายที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่จำนวนที่จ่ายอัตโนมัติ ความคุ้มครองสัมภาระในกรมธรรม์ประกันเดินทางอยู่ชั้นบนของสิ่งนี้และมักจ่ายเร็วกว่า
เอกสารที่ต้องเก็บ ไม่ว่าเที่ยวบินจะอยู่ในขอบเขตไหน
- บัตรโดยสารทุกใบ
- ภาพถ่ายจอแสดงเที่ยวบินตอนที่ขึ้นว่าดีเลย์หรือยกเลิก พร้อมเวลาที่ถ่าย
- เวลาที่เครื่องถึงประตูจริง ไม่ใช่เวลาที่แตะพื้น
- เหตุผลของความล่าช้าเป็นลายลักษณ์อักษรถ้าขอได้
- ใบเสร็จค่าอาหาร ที่พัก และค่าเดินทางที่เกิดขึ้นเพราะความล่าช้า
- ข้อความหรืออีเมลทุกฉบับที่สายการบินส่งมา
เก็บให้ครบแม้จะยังไม่รู้ว่ามีสิทธิหรือไม่ เพราะการย้อนกลับไปเก็บทีหลังทำไม่ได้
เมื่อแขกที่กำลังจะบินออกจากไทยมาถามคุณ
คำตอบสั้นที่ถูกต้องคือ ขึ้นกับสายการบิน ไม่ใช่ขึ้นกับพาสปอร์ตของเขา
ถ้าเขาบินกลับยุโรปด้วยสายการบินสัญชาติยุโรป เที่ยวบินนั้นเข้าเงื่อนไขกรณีที่สองของ EC 261 และเขามีสิทธิเต็ม
ถ้าเขาบินกลับยุโรปด้วยสายการบินที่ไม่ใช่สัญชาติยุโรป เที่ยวบินขาออกจากกรุงเทพฯ นั้นไม่เข้าเงื่อนไข แม้พาสปอร์ตของเขาจะเป็นพาสปอร์ตยุโรปก็ตาม สิ่งที่เหลือให้เขาใช้คือประกาศของ CAAT เงื่อนไขการขนส่งของสายการบิน และประกันของเขาเอง
ถ้าเขากลับไปประเทศอื่นที่ไม่ใช่ยุโรป ก็ใช้สามชั้นเดียวกัน
ใครที่ไม่ต้องอ่านเรื่องนี้
ถ้าเที่ยวบินของคุณตรงเวลาและถึงปลายทางตามกำหนด ไม่มีอะไรให้เรียกร้อง
ถ้าความล่าช้าน้อยกว่าเกณฑ์ชั่วโมงที่กฎกำหนด สิทธิเรื่องเงินชดเชยยังไม่เกิด แต่หน้าที่ดูแลระหว่างรออาจเกิดแล้ว ให้ไปถามที่เคาน์เตอร์
ถ้าคุณบินภายในประเทศด้วยตั๋วราคาไม่กี่พันบาทและดีเลย์หนึ่งชั่วโมง ค่าเสียเวลาในการตามเรื่องมากกว่าสิ่งที่จะได้
และถ้าคำถามจริงของคุณคือค่ารักษาพยาบาลตอนอยู่ต่างประเทศหรือเกณฑ์การเลือกประกัน หน้าที่ตรงกว่าคือ เที่ยวบินดีเลย์และค่ารักษาพยาบาล ส่วนเรื่องคืนที่ต้องค้างที่สนามบินและค่ารถกลางดึกอยู่ใน บินดึก
สรุป
EC 261 ผูกกับสนามบินต้นทาง ไม่ใช่พาสปอร์ต ขาออกจากสนามบินในสหภาพยุโรปคุณมีสิทธิเต็มไม่ว่าจะถือพาสปอร์ตใด ขาออกจากกรุงเทพฯ เข้าเงื่อนไขเฉพาะสายการบินสัญชาติยุโรป และกรุงเทพฯ–โตเกียวหรือกรุงเทพฯ–โซลอยู่นอกขอบเขตโดยสิ้นเชิง
บริษัทรับเคลมสร้างสิทธิที่ไม่มีอยู่ไม่ได้ เมื่ออยู่นอกขอบเขต ให้ใช้ประกาศของ CAAT ซึ่งควรตรวจฉบับล่าสุดก่อนอ้างอิง เงื่อนไขการขนส่งของสายการบิน และประกันการเดินทาง ส่วนเรื่องสัมภาระใช้อนุสัญญามอนทรีออลที่มีเพดานราว 1,500 SDR และต้องแจ้งภายในกรอบเวลา เก็บเอกสารทุกใบตั้งแต่วันนั้น